Make your own free website on Tripod.com

การบริหารร่างกายเพื่อความสบายระหว่างเดินทาง (Inflight Workout)

การบริหารร่างกายต่อไปนี้ ได้รับการคิดค้นขึ้นมาโดยคำนึงถึงเกิดความปลอดภัย
ในการยืดเส้นสายและให้ความเพลิดเพลินอีกด้วย การนั่งอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานๆ
ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดอาการตึงเครียดได้ การบริหารนี้ยังช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือด
ในร่างกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังเป็นการนวดกล้ามเนื้ออีกด้วย

เราแนะนำให้คุณออกกำลังประมาณ 3-5 นาทีทุกชั่วโมง และลุกเดินออกจากที่นั่ง
ของคุณบ้างเป็นครั้งคราวในการบริหารแต่ละท่า ควรหลีกเลี่ยงการรบกวนผู้โดยสารที่อยู่
ข้างเคียงคุณและไม่ควรทำต่อหากก่อให้เกิดความเจ็บปวด

1. ท่าหมุนข้อเท้า ยกเท้าขึ้นเหนือพื้น วาดวงกลมด้วยนิ้วเท้า ในเวลาเดียวกัน ให้ขยับเท้าข้างหนึ่งตามเข็มนาฬิกา และอีกข้างทวนเข็มนาฬิกาสลับทิศทางของวงกลมเมื่อหมุนได้ทิศทางละ 15 วินาที สามารถทำซ้ำได้ตามความต้องการ

2. ท่ายกส้นและปลายเท้าขึ้นลง การขยับเท้านี้มี 3 ขั้นตอน คือ
• เริ่มด้วยวางส้นเท้าทั้งสองข้างบนพื้น ยกปลายเท้าขึ้นให้สูงที่สุดเท่าที่คุณสามารถทำได้
• วางเท้าราบบนพื้น
• ยกส้นเท้าขึ้นโดยให้ปลายเท้าวางอยู่บนพื้น ทำซ้ำ 3 ขั้นอย่างต่อเนื่อง พัก 30 วินาทีแล้วเริ่มทำซ้ำ

3. ท่ายกเข่า ยกและงอเข่าขึ้น ลง ทำซ้ำ 20-30 ครั้ง แล้วสลับข้างลักษณะเดียวกัน

4. ท่าหมุนคอ ปล่อยไหล่ตามสบาย เอียงหูข้างหนึ่งมาทางไหล่ และค่อยๆหมุนคอไปข้างหน้า โดยหมุนจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งช้าๆ (ซ้ายไปขวา หรือขวาไปซ้าย) จากนั้นค้างไว้ในแต่ละด้านประมาณ 5 วินาที ทำซ้ำ 5 ครั้ง

5. ท่ายกเข่าเข้าหาอก โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ประสานมือทั้งสองข้างรอบเข่าข้างซ้ายและรัดเข้าหาอก ดึงให้แน่นแล้วค้างไว้เป็นเวลา 15 วินาที ปล่อยขาลงช้าๆ อย่าเพิ่งปล่อยมือ จากนั้นสลับข้างและทำซ้ำ 10 ครั้ง

6. ท่าโค้งตัวไปข้างหน้า วางเท้าทั้งสองข้างบนพื้น แขม่วท้อง ค่อยๆ โน้มตัวไปข้างหน้าช้าๆ เลื่อนมือทั้งสองข้างไปตามหน้าขาจนถึงข้อเท้า จับข้อเท้าค้างไว้ 15 วินาที และขยับตัวช้าๆ เพื่อกลับมานั่งตามเดิม

7. ท่าหมุนไหล่ โก่งไหล่ทั้งสองข้างมาข้างหน้า จากนั้นยกไหล่ขึ้นด้านบน และเคลื่อนไปด้านหลัง จากนั้นกดลงด้านล่าง แต่ละด้าน ให้หมุนไหล่เป็นวงกลมอย่างช้าๆ

ความกดอากาศภายในห้องโดยสาร

ความกดอากาศภายในห้องโดยสารนั้นได้ถูกปรับให้สมดุลที่สุด เพื่อความสะดวกสบาย
แก่ผู้โดยสาร ถึงแม้จะบินอยู่ในระดับที่สูงมาก ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นระดับที่มนุษย์เราไม่สามารถอยู่ได้
ดังนั้นในห้องโดยสารเครื่องบิน จึงมีการปรับความกดอากาศให้เหมาะสม ซึ่งระดับดังกล่าวเสมือน
ระดับความสูงประมาณ 2,440 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลครับ

ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีปัญหากับสภาพความกดอากาศในห้องโดยสารระหว่างเดินทาง
รวมถึงความกดอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงในขณะเครื่องบินเพิ่มหรือลดเพดานบิน แต่หากขณะนั้น
คุณไม่สบาย หรือมีปัญหาจากอวัยวะที่เกี่ยวกับการหายใจ หรือการติดเชื้อในช่องจมูก
โรคเกี่ยวกับปอด โรคโลหิตจาง หรือภาวะทางหัวใจบางประการ คุณอาจเกิดรู้สึกไม่แย่มากขึ้นไปอีก

เด็กเล็กและทารกก็เช่นเดียวกัน อาจรู้สึกไม่สบาย อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของ
ความกดอากาศในระหว่างเครื่องบินที่กำลังเพิ่ม และลดระดับเพดานบิน สังเกตได้จากเด็กจะงอแง
และร้องส่งเสียงดัง

หากคุณมีปัญหาจากการหายใจติดขัดหรือมีอาการภูมิแพ้ ให้ใช้สเปรย์ที่ฉีดพ่นทางจมูก
ใช้ยาบางตัวเพื่อเปิดช่องให้หายใจได้สะดวก และใช้ยาบำบัดหวัดและหืด 30 นาทีก่อนลด
ระดับเพดานบิน เพื่อช่วยเปิดหูและช่องจมูก

หากคุณเป็นไข้หรือเป็นไข้หวัดใหญ่ โพรงจมูกของคุณอาจใช้งานไม่ได้เหมือนปกติ
พังผืดในจมูกจะโป่งพองและก่อให้เกิดการกีดขวางในส่วนช่องแคบเล็กๆ ระหว่างโพรงจมูก
กับห้องหูส่วนกลางเป็นผลให้เกิดความรู้สึกไม่สบาย (ปวดหู, โพรงจมูก) ในขณะที่
ความกดอากาศภายในห้องโดยสารเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะเครื่องบิน
ทำการลดระดับเพดานบิน

ข้อแนะนำ

-หากคุณเคยมีประวัติทางการแพทย์ และเคยมีอาการดังกล่าวมาก่อน
และต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มเติม คุณสามารถแจ้งกับทางสายการบินได้
โดยทำการแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนการเดินทาง
(ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน)

-เพื่อเป็นการเปิดช่องหู ให้กลืนน้ำลาย และหรือหาวโดยอ้าปากกว้าง
วิธีการนี้จะช่วยเปิดช่องแคบเล็กๆ ระหว่างโพรงจมูกกับห้องหูส่วนกลาง
ปรับความกดดันในห้องหูส่วนกลางกับลำคอให้เสมอกัน

-หากเดินทางพร้อมทารก ให้คุณป้อนอาหาร หรือให้ทารกดูดจุกนมในระหว่างเครื่องบิน
ทำการลดระดับเพดานบิน การดูด หรือกลืนนี้จะช่วยให้ทารกปรับความกดอากาศในช่องหูได้

ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางโดยเครื่องบิน
สาเหตุหลักของอาการเหนื่อยล้ามาจากการเดินทางข้ามเขตเวลา โดยที่ร่างกายไม่ได้ปรับตัว
กับรอบเวลาใหม่ โดยทั่วไป ยิ่งคุณเดินทางข้ามเขตเวลามากเท่าใด ก็ยิ่งจะเป็นการรบกวน
นาฬิกาชีวภาพในร่างกายของเรามากขึ้นเท่านั้น อาการที่จะเกิดขึ้นตามมาโดยทั่วไปได้แก่
การนอนไม่หลับ ความรู้สึกเหนื่อยล้า ไม่อยากรับประทานอาหาร หรืออยากทานอาหารในเวลา
ที่ไม่เหมาะสม เพื่อเป็นการลดผลกระทบจากความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง เราขอแนะนำให้คุณ

-นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในคืนก่อนการเดินทาง

-ถ้าเป็นไปได้ ให้เวลา 1-2 วัน เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัวสู่รอบเวลาใหม่หลังจากการเดินทาง

-ถ้าเลือกได้ควรเลือกเที่ยวบินที่บินตรงสู่จุดหมาย เพื่อเป็นการลดระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทาง
ทั้งนี้จะช่วยให้คุณพักผ่อนได้มากขึ้นเมื่อเดินทางถึงจดหมายปลายทางแล้ว

-ให้ออกกำลังกายเบาๆ เดินกระฉับกระเฉงไปมา หรืออ่านหนังสือหากคุณไม่สามารถนอนหลับ
เมื่อคุณเดินทางถึงที่หมาย โดยปกติแล้วร่างกายจะใช้เวลา 1 วันโดยประมาณ
เพื่อปรับตัวสู่รอบเวลาใหม่

อาการเมาเครื่องบิน

อาการเมาเครื่องบินนี้มีสาเหตุมาจาก ร่างกายสับสนระหว่างความรู้สึกด้านการมองเห็น
และความรู้สึกด้านสภาพคงที่ หากตกอยู่ในสภาพอากาศที่แปรปรวนยิ่งช่วยเพิ่มอาการดังกล่าว
เข้าไปอีก เพราะทำให้ของเหลวในชิ้นส่วนต่างๆ ของห้องหูชั้นใน เกิดการเคลื่อนตัวมากเป็นพิเศษ
หากคุณเพ่งมองที่จุดใดจุดหนึ่งบนวัตถุที่ไม่เคลื่อนไหว อาจจะช่วยให้อาการเมาเครื่องบิน
ทุเลาลงได้

ข้อแนะนำ

-เมื่อสภาพอากาศปลอดโปร่งและคุณควรมองไปยังพื้นดิน น้ำทะเลหรือเส้นขอบฟ้า เอาไว้
จะช่วยให้ความรู้สึกเมาเครื่องบินน้อยลง

-คุณสามารถหาซื้อยาที่ช่วยลดอาการเมาเครื่องบินได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่เราขอแนะนำ
ให้คุณปรึกษาแพทย์สักนิดเพื่อขอรับยาที่เหมาะสม

-หรือหากคุณไม่ได้เตรียมยาแก้เมามาด้วย ลองสอบถามจากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน
แต่คุณควรจะรับประทานยาก่อนเครื่องขึ้นอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงครับ

ข้อมูลเพื่อสุขภาพ และความสบายในห้องโดยสารที่เรานำมาเสนอนั้น
หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยๆ ได้นะครับ ขอให้สนุกกับการเดินทาง
และมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ