Make your own free website on Tripod.com

สถานที่ท่องเที่ยวประเทศเคนยา

ข้อมูลประเทศเคนยา

ที่ตั้ง ประเทศนี้อยู่ทางตะวันออกของทวีปแอฟริกา ขณะเดียวกันก็ตั้งบนเส้นศูนย์สูตรของโลก ติดชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย

ภูมิประเทศ
-- ทิศตะวันออก -- ประเทศโซมาเลีย
-- ทิศตะวันตก -- ยูกันดา
-- ทิศเหนือ -- ประเทศเอธิโอเปีย และ ซูดาน
-- ทิศใต้ -- แทนซาเนีย
-- ทิศตะวันออกเฉียงใต้ -- ติดมหาสมุทรอินเดีย
-- ภาคตะวันตก-- ติดทะเลสาปวิกตอเรีย

เวลา เวลาที่เคนย่า จะช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง
พื้นที่ ประมาณ 580,367 ตร.ก.ม.
ประชากร 25 ล้านคน
เมืองหลวง ไนโรบี ( NAIROBI ) มืองใหญ่อันดับรอง คือ มัมบาซ่า และ คิซูมุ ( MOMBASA , KISUMU )
การปกครอง ระบอบสาธารณะรัฐ

ภูมิอากาศ ประเทศเคนย่า ค่อนข้างพิเศษกว่า ประเทศอื่น เพราะตั้งอยู่บนเส้นศูนย์สูตร จึงมี ฤดูร้อนตลอดทั้งปี แต่เนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 3,000 - 6000 ฟุต จึงทำให้มีอากาสเย็นตลอด ถึงจะเป็นช่วงฤดูร้อน ก็ตาม
ช่วงท่องเที่ยว เดือนสิงหาคม - เดือนกันยายน และ เดือนมกราคม - เดือนกุมภาพันธ์ จะดีที่สุด ระหว่างเดือนตุลาคม - ธันวาคม จะมีฝน เล็กน้อย และเดือนมีนาคม - เมษายน จะมีฝน ตกชุกมาก
ภาษา และวัฒนธรรม ในเคนย่า และทันซาเนียใช้ภาษา สวาฮิลี ( Swahili ) แต่ภาษาท้องถิ่นมีมากถึง 50 ภาษาชาวเคนยัน (Kenyan )โดยทั่วไปใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร
เงินตรา เคนย่าชิลลิ่ง มีธนบัตร และเหรียญ บัตรเครดิต สามารถใช้ได้
โทรศัพท์ทางไกล KENYA 254 NAIROBI (0)2

วีซ่า
ในการเดินทาง คนไทยสามารถติดต่อขอวีซ่าได้ที่ COSULATE-GENERAL OF REPUBLIC OF KENYA ที่อยู่ 568 ซอยปรีดี พนมยงค์ 42 (พาณิชย์อานันท์ แยก 16) ถนน สุขุมวิท 71 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 โทร. 66-2-391-8857 , 02-3918998 ต่อ 380 โทรสาร. 66-2-3918368 , 02-3811745

เวลาในการเดินทาง การเดินทางไป ประเทศเคนย่า ที่สะดวกที่สุด โดยทางเครื่องบิน สายการบิน เคนยา แอร์เวย์ ( KENYA AIRWAYS - KQ ) เดินทางโดยตรงจากกรุงเทพฯ ถึง ไนโรบี เพียง 9.20 ชั่วโมง

สิ่งที่ควรเตรียมตัวสำหรับการเดินทางก่อนไปเคนยา
  1. นำยาทากันยุงติดตัวไปด้วย เช่น ก.ย. 15 หรือ สเปรย์กันยุงตะไคร้หอม
  2. หมวก หรือ ร่มกันแดด แว่นกันแดด ครีมทากันแดด
  3. กล้องส่องทางไกล กล้องถ่ายรูป ควรเตรียมฟิลม์ถ่ายรูป ไป มาก ๆ และถ่ายแบตเตอรี่เพราะหาซื้อยากและแพง
  4. เสื้อแขนยาวหรือแจ็กเก็ตไว้กันยุง ควรเตรียมเสื้อสีโทนน้ำตาลเข้ม หรือ กากี ไว้ใส่ไปดูสัตว์
  5. รองเท้าผ้าใบ
  6. ควรมีกระเป๋าใบเล็กสำหรับใส่ของเล็กน้อยตอนไปส่องสัตว์

สิ่งที่ต้องระวัง
  • ไม่ควรออกมาเดินเล่นนอกเต็นท์ หรือบริเวณนอก lodge ในตอนกลางคืน
  • ไม่ควรใส่ของมีค่า ใส่น้ำหอมเพราะกลิ่นจะทำให้สัตว์เตลิดไปได้
  • เมื่อไปซาฟารีดูสัตว์ ควรใส่เสื้อสีโทน น้ำตาลเข้ม หรือ กากี ส่วนผ้าสีสด ๆ อาจทำให้สัตว์ตื่น
  • เมื่อพบสัตว์ แล้วห้ามลงจากรถ เพราะจะเกิดอันตรายได้ และอย่าส่งเสียงดัง
  • เมื่อไปดูสัตว์ตอนเช้า และตอนเย็น ควรใส่เสื้อแจ็กเก็ต และกางเกงขายาว
  • ไม่ควรใส่รองเท้าส้นสูงไปดูสัตว์
  • ไม่ควรให้อาหารสัตว์ ระหว่างไปส่องสัตว์
  • ควรฟังคำแนะนำของไกด์อย่างเคร่งครัด เพราะอาจเกิตอันตรายได้
  • ในขณะนั่งรถในเมืองหลวงหรือตามเมืองต่าง ๆ ไม่ควรเปิดกระจกออกไปถ่ายรูป ควรปรึกษาไกด์ก่อน

โอล ดอนโย วูอัส


บนที่ราบมาชายอันกว้างใหญ่ไพศาลกว่า 624,000 ไร่ มีแนวภูเขาไฟชยูลูเป็นฉากหลังผืนแผ่นดินที่เป็นของเอกชนแห่งนี้เป็นเส้นทางเข้าสู่ป่าธรรมชาติที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งของเคนยา วีชาร์ต บอนแฮม เจ้าของที่มาพักบ้างเป็นครั้งคราว เป็นชาวเคนยาโดยกำเนิด เลือกที่ดินผืนงามแห่งนี้เป็นบ้านเนื่องจากทิวทัศน์ของแนวป่าโดยรอบ และภูเขาคิลิมันจาโรที่มียอดปกคลุมด้วยหิมะทอดตัวยาวไปทางเขตแดนแทนซาเนีย บ้านพักตั้งอยู่บนซะง่อนผาสูง ลักษณะเป็นกระท่อมทรงกลมหลังคามุงจากสองชั้น 4 หลัง บางหลังมียกพื้นบนเสาสูงพร้อมระเบียงส่วนตัวที่มองเห็นทัศนียภาพของคิลิมันจาโร เตียงพร้อมวิวเป็นการพักผ่อนยามบ่ายที่ไม่มีวันลืม นี่คือแอฟริกาแท้ ๆ ดินแดนกว้างใหญ่ไพศาลที่ไม่มีผู้คน นอกจากหนุ่มน้อยชาวมาซายที่ต้อนฝูงปศุสัตว์อย่างสงบสุขท่ามกลางสิ่งแวดล้อมของสัตว์ บางครั้งจะเห็นบอนแฮมพาลูกค้าผู้มาเยือนท่องซาฟารีด้วยตนเองอย่างมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นขี่ม้า เดินเท้าหรือขับรถแลนด์โรเวอร์เปิดประทุนด้วยประสบการณ์ที่ช่ำชองในดินแดนแห่งนี้

เกาะลามู และโรงแรมเปโปนี


ลามูเป็นเกาะเล็ก ๆ ในเคนยาที่ยังคงสภาพเดิมไม่ถูกทำลายไว้ได้ และเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นชุมชนอยู่อาศัยอันเก่าแก่ที่สุดที่ยังรักษาเสน่ห์ให้ชาวค้นหาวัฒนธรรมอิสลามดั้งเดิมของสวาฮิลีในเคนยา ทั้งเกาะมีรถเพียงคันเดียว ถนนในเมืองแคบเกินไปที่จะใช้พาหนะใด ๆ นอกจากลา เกาะในมหาสมุทรอินเดียทีวิถีชีวิตโดยรอบเป็นตะวันออกกลาง ที่ครั้งหนึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อดินแดน แอฟริกากับอาณาจักรอาระเบีย ลามูเป็นเมืองเชื่อมต่อเส้นทางการค้าเช่นเดียวกับเมืองทางใต้มอมบาซาและมาลินดิ ค้นพบโดยชาติ อาหรับที่ค้าขายงาช้าง เครื่องเทศและทาสผู้ชายที่นี่ยังสวมใส่เสื้อคลุมเต็มตัวสีขาวและหมวก ส่วนผู้หญิงแต่งกายตามประเพณีนิยมอิสลามด้วยผ้าคลุมหน้าสีดำ ที่นี่เดินทางด้วยเรือใบทำด้วยไม้แบบดั้งเดิมเรียกว่า “ดาว” (dhow) เป็นเรือที่สามารถแล่นออกนอกฝั่งได้เป็นอย่างดี และมีไว้ให้เช่า เพื่อล่องเที่ยวชมหมู่เกาะรอบ ๆ เกาะลามู มีไม่น้อยที่เลือกเข้าพักโรงแรมเปโปเนียบนชายหาดบริสุทธิ์ทอดตัวยาวเกือบ 20 กม.

บาร์ในโรงแรมเป็นที่รวมของบรรยากาศนานาชาติสารพัดรูปแบบ มีสีสันชีวิตชีวาจากคนท้องถิ่นที่นี่และผู้มาเยือนจากไนโรบี หากไม่เลือกตกปลาน้ำลึก หรือเล่นกระดานโต้คลื่น ก็พักผ่อนในบังกะโลที่มีระเบียบสีขาวเปิดโล่ง แต่ละหลังกั้นด้วยต้นหางนกยูงและเฟื่องฟ้า ห้องพักชายทะเลจัดแบบโคโลเนียล ตั้งแต่พัดลมเพดานมุ้ง หมอนลวดลายซิมบับเวและบนเตียงขาไม้แบบเก่าของลามู เจ้าของโรงแรมเปโปนีเป็นครอบครัวชาวเดนมาร์กที่ดำเนินกิจการนี้มาราว 30 ปี ขึ้นชื่อด้านความเป็นมิตรของพนักงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติมาเท่า ๆ กับเมนูอาหารที่สดจากตลาด เรียบง่ายและสะท้อนรสชาติแบบสวาฮิลิ เคล้าเสียงใบปาล์มต้องลมทะเลกลมกลืนกับเสียงสวดแว่วจาก สุเหร่าศตวรรษที่ 19 จากในเมือง

มาซาย มารา


มาซาย มารา จัดได้ว่าเป็นเวทีการแสดงแห่งธรรมชาติที่มโหฬารตระการตาที่สุดของมวลสัตว์ป่าโลก เมื่อสิ้นสุดฤดูฝนในเดือนพฤษภาคมของแต่ละปี สัตว์ป่านับร้อยนับพันมาชุมนุม และอพยพไปพร้อม ๆ กันเพื่อแสวงหาทุ่งหญ้าที่เขียวขจีกว่าและสามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนจากเซอรเรนเกตี (แปลว่าที่ราบกว้างใหญ่) ในแทนซาเนียมุ่งเหนือไปยังทุ่งหญ้าเปิดผืนใหญ่ “มาซาย มารา ” และเคลื่อนมาถึงเคนยาราวเดือนกรกฎาคม และสิงหาคม ฝูงม้าลาย กวาง และเนื้อสมัยอพยพเคลื่อนย้ายมาพร้อม ๆ กันกว่าล้านตัวในช่วงนี้ การขี่ม้าล่าสัตว์แบบซาฟารีเอื้อทัศนวิสัยให้อยู่ในจุดได้เปรียบที่จะเห็นอาณาจักรของสัตว์ทั้งมวลรวมกันอย่างไม่มีที่ใดเหมือนหากไปกับรถขับเคลื่อนสีล้อก็มีโอกาสได้เฉียดเจ้าสัตว์ใหญ่อย่างสิงโต เสือชีตาร์ หมาป่าทะเลทราย ยีราฟและช้าง ผ่านเนินเขาโลอิตาและราบมาราอันกว้างใหญ่ ผ่านหมู่บ้านเรียกตามภาษาพื้นเมือง ว้า มานยัลตาส์ เป็นหมู่บ้านของชนเผ่าเร่รอนมาซาย ที่เป็นผู้รักษาและสืบทอดความเชื่อว่าฝูงปศุสัตว์เป็นพระเจ้า บางจุดที่ขึ้นไปสูงถึง 2,600 ม. มองเห็นทัศนียภาพโดยรอบได้กว้างขวางผู้จักกระโจนที่พักจะตระเตรียมอาหารเย็น น้ำฝักบัวอุ่น ๆ ไว้พร้อมก่อนที่เราจะกลับมาถึงหลังจากชมวิวจนเป็นที่พอใจ ทั้งยังคอยรักษาความปลอดภัยจากสัตว์ป่าฝนเวลาตอนกลางคืนให้อีกด้วยผู้มาเที่ยวอาจเลือกที่จะสังเกตการณ์มาซายมาราที่กว้างใหญ่สุดสายตาไม่มีที่สิ้นสุดจากมุมมองเบื้องบนของพระผู้เป็นเจ้า ในบอลลูนนับเป็นความรู้สึกที่ยากจะเปรียบได้เมื่อล่องลอยอยู่เหนือบนที่ราบผืนใหญ่ดินแดน แอฟริกาสีแดงส้มสุดท้ายก่อนแสงอาทิตย์ลับ มีชาวมาซายยืนนิ่งมองอยู่เบื้องล่างฝูงสัตว์ป่าที่มีพลังชีวิตชีวาราเริงเคลื่อนตัวหลบเงาบอลลูนที่ทาบพื้น ฝุ่นตลบขากรถติดตามคันจิ๋วบอลลูนอัดอากาศร้อนมีจังหวะที่ลอยนิ่งเหมือนมีมนต์ขลังทำให้ไม่อยากลงมาสัมผัสยังพื้นโลกเบื้องล่าง

เมาต์เคนยา ซาฟารี คลับ


เมาต์เคนยา ซาฟารี คลับ ในชนบทกลายเป็นประเพณีของเคนยาไปแล้วนับแต่วิลเลียม โฉลเดน ตกหลุมรักเสน่ห์ที่ผสมผสานของความโรแมนติก ประวัติศาสตร์ และทิวทัศน์แสนสวย เขากับเพื่อนอีกสองคนซื้อที่นี่ในปี 1959 โรงแรมซึ่งสร้างขึ้นบนแนวเส้นศูนย์สูตร (สนามเทนนิสพาดผ่านเส้นแบ่งเวลาพอดี) ทอดตัวไปตามเทือกเขาที่น่าตื่นตาตื่นใจเหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,100 ม. มองเห็นทิวทัศน์ที่งดงามตระการตาของเมาท์เคนยา ซึ่งเป็นทิวเขาที่สูงเป็นอันดับสองของแอฟริกา ความสง่างามของโรงแรมนี้ย้อนกลับไปสู่อดีตเมื่อยังเป็นสโมสรเอกชน รายชื่อสมาชิกที่มีชื่อเสียงเป็นแขกที่น่าประทับใจพอ ๆ กับแขกที่มาพักในปัจจุบัน ในบรรดาที่พักรูปแบบต่าง ๆ แทบทุกแห่งมีระเบียงและเตาผิงไฟที่ใช้ไม้ฟืน ที่พักมีลักษณะเด่นที่สุดคือ วิลเลียม โฮเดน คอตเทจ หลังเก่าส่วนที่หรูหราที่สุดคือวิลลาใหม่ริมแม่น้ำ กิจกรรมดึงดูดความสนใจอื่น ๆ คือ ชมสัตว์ป่า ขี่ม้า และกอล์ฟ แต่ความงามที่ยิ่งใหญ่ของเคนยาเพียงลำพังก็คุ้มค่าสำหรับการเดินทางมาเที่ยวที่นี่แล้ว

สโมสรตกปลาที่ช่องแคบเพ็มบา


บรรดาผู้ที่ยากเป็นเฮมมิงเวย์ต่างละทิ้งชีวิตผจญภัยในผืนป่าให้คนอื่น และสุขใจที่จะมุ่งสู่ดินแดนริมฝั่งทะเล ซึ่งโด่งดังในเรื่องซาฟารีสำหรับตกปลาที่ทำลานสถิติและเร้าใจ สโมสรขนาดเล็กน่ารื่นรมย์และพิเศษสุดใกล้กับชายแดนประเทศซาเนียนี้ มีโปรแกรมท่องเที่ยวน่าสนุกบนเรือที่ตกแต่งอย่างทันสมัย 5 ลำ ไปตามเส้นทางที่เลื่องชื่อ ซึ่งแบ่งแยกชายฝั่งตอนใต้ของเคนยาและเกาะเพ็มบาช่องแคบนี้รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นแห่งกำเนินปลาที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีในเคนยาหรือในแอฟริกาเลยทีเดียว กล่าวกันว่านี่คือท้องทะเลที่เป็นแรงบันดาลใจให้ออร์เนส เฮมมิงเวย์ เขียนหนังสือ The Old Man and the Sea ในเขตทะเลลึกน้ำใส มีปลามาร์ลิน (3 ชนิด) เซลฟิช ซอร์ดฟิช วาฮู และเยลโลฟินทูนา และแม้แต่ฉลามเสือ ไม่ผิดปกติเลยที่จะเห็นนักตกปลาลากปลาทูนาขนาด 45 กม. หรือปลามาร์ลินหนัก 136 กม. ขึ้นฝั่ง สโมสรแห่งนี้ครองสถิติแห่งชาติสำหรับตกปลาทั้งสองชนิด 87.5 กก. และ 362 กก. ตามลำดับ ร้อยละ 70 ของสถิติปลามาร์ลินในเคนยาเป็นสโมสรแห่งนี้ มีภาพถ่ายทั่วสโมสรถึงการลากปลาขนาด 317.5 กก. ขึ้นมาแต่ส่วนใหญ่จะติดป้ายและปล่อยไป ความทรงจำต่างหากที่คงอยู่กับคุณหากคุณรู้สึกอยากดำน้ำสโมสรมีเรือยอชต์ขนาด 20 ม. แบบค้างคืนได้ เพื่อชมประกาลังและทะเลน้ำใสรอบเกาะเพ็มบา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมูเกาะแซนซิบาร์